วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วิธีการขี่จักยานยนต์

วิธีการขี่จักยานยนต์
1. ลักษณะพื้นฐานของรถ
        รถจักรยานยนต์มีข้อดีทางด้านเศรษฐกิจ คือ ราคา ค่าบำรุงรักษา และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงถูก นอกจากนี้บนถนนที่พลุกพลานก็สามารถวิ่งได้ ที่จอดทางแคบก็จอดได้ ถนนแคบๆ ก็วิ่งได้ ซึ่งนับว่าเป็นยานพาหนะที่สะดวกสบายทีเดียวแต่ในทางตรงกันข้าม
1.1).ตัวรถ มีขนาดเล็กจึงอยู่ในมุมที่อันตรายของรถยนต์ได้งาย
1.2). ไม่มั่นคง ถ้าเสียการทรงตัวจะล้มคว่ำทันที
1.3). ร่างกายของผู้ขับจี่ไม่มีที่ปกป้อง เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะได้รับบาดเจ็บสาหัสได้งาย
2. ลักษณะเฉพาะของเบรค
      2.1 ทำไมเบรคของรถจักยานยนต์จึงแยกออกเป็น 2 ตอน หลักการของเบรคของรถจักรยานยนต์คือ การใช้ทั้งล้อหน้าและล้อหลังพร้อม ๆ กัน แต่ในกรณีที่ฝนตก หรื หิมะตก ถ้าใช้วิธีเบรคด้วยแรงเท่ากับเวลาที่ขี่บนถนนธรรมดาแล้ว จะเป็นเหตุให้รถเสียการทรงตัวได้      เพราะฉะนั้นกำลังที่ใช้ในการเบรคล้อหน้ากับล้อหลังของรถจักรยานยนต์จะต้องแบ่งแยกให้ดี ซึ่งแตกต่างกับรถยนต์ ดังนั้นการเบรครถจักรยานยนต์จึงแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนที่แตกต่างกันอย่างอิสระ
        2.2 ทำไมรถจักรยานยนต์จึงใช้แรงเบรคล้อหน้าและล้อหลังไม่เท่ากันไม่ได้
         น้ำหนักของรถจักรยานยนต์( ตัวรถรวมกับผู้ขี่) โดยปกติจะตกอยู่ที่ล้อหน้ากับล้อหลังเท่าๆ กัน แต่เมื่อเบรกแรงๆ แล้วน้ำหนักจะตกมาอยู่ที่ล้อหน้า จากเหตุผลดังกล่าว ในการเบรคควารใช้การเบรคล้อหน้ามากว่าล้อหลังเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นทางลืนควรที่จะเบรคล้อหลังให้มากกว่าเล็กน้อยเช่นกัน
         2.3 ในกรณีที่ถนนลืนทำไมเบรคล้อหน้าแรงไม่ได้
         เมื่ถนนเปียก เป็นน้ำแข็ง จะทำให้ลืนมากขึ้นง่ายขึ้น แรงเสียดทานระหว่างล้อกับพื้นน้อยลงถ้าเบรคแรงล้อจะล็อคทันที จักรยานยนต์นั้นปกติล้อหน้าจะถูกล็อคได้ยากกว่าล้อหลัง แต่เวลาที่ถนนลืนล้อหน้าจะถูกล็อคได้ง่ายมาก เมื่อล้อหน้าล็อคจะทำให้เกิดการเสียการทรงตัวได้ง่าย ซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก จากเหตุ ผล ดังกล่าวควรหลีกเลียงการเบรคล้อหน้าโดยกระทันหัน
       2.4 วิธีเบรค
         สาเหตุที่ทำให้รถจักยานยนต์เสียการทรงตัวและคว่ำก็คือ การเบรคอย่างกระทันหัน ดังนั้น ผู้ขี่จักรยานยนต์จะค้องใช้ความเร็วให้เหมาะสมสภาวะของถนน และการจราจรให้สามารถหยุดรถได้อย่างสบาย ๆ โดยไม่ต้องเบรคกระทันหัน
         ข้อสำคัญของการเบรค
         1. ให้รถตัวตรงแล้วจึงค่อยเบรค 
         2. หลีกเลี้ยงการเบรคกระทันหัน 
         3. ให้วิธีเหยียบเบรคหลาย ๆ ครั้ง และส่งสัญญาณให้คันหลังทราบ 
         4. เข้าคลัชก่อนรถจะหยุด
           การเบรคล้อหน้า
         1. บีบเบรคมือ
         2. ปล่อยเบรคเล็กน้อย
         3. บีบเบรคอีกครั้งให้เหมาะสมกับความเร็วรถ
           การเบรคล้อหน้า
         1. เหมือนกับการเบรคล้อหน้า
         2. อย่าเบรคกระทันหัน        
3. การวิ่งบนทางโค้ง
         3.1 ทำไมต้องเอียงรถในขณะเลี้ยว
          (ก) แรงเหวี่ยง(แรงหนีศูนย์กลาง) เมื่อวิ่งบนทางโค้ง จะมีแรงอันหนึ่งเกิดขึ้นดันรถให้ออกนอกเส้นทางที่กำลังวิ่งจะพุ่งออกไปทางด้านข้าง แรงเหวี่ยงนี้เปลียบเหมือนลูกตุ้มที่พยายามที่จะหนีห่างออกจากมมือของเรา
          ข) มุมที่เอนตัว เมื่อรถมอเตอร์ไซค์ เลี้ยวบนทางโค้ง เรียกว่า การเอนรถ มุมที่ใช้ในการเอนเรียกว่า มุมเอนรถ
          ค) เหตุผลทำไมต้องเอนรถ รถยนต์จะเลี้ยวโค้งด้วยพวงมาลัย แต่ในกรณีของจักรยานยนต์ นั้นจะใช้เฉพาะ HANDLE เลี้ยวไม่ได้ ถ้าไม่เอนตัวรถ แล้วรถจะพุ่งออกไปในทิศทางตรงกันข้าม หรือออกนอกถนน เพราะแรงเหวี่ยง ทำให้การเสียวการทรงตัวเกิดขึ้น
3.2 ผู้ขับขี่จักรยายยนต์โดยทั่วไปควรเอนรถแค่ใหน ?

          เมื่อรถเลี้ยวบนทางโค้งจะเอนเท่าไหร่นั้นขึ้นอยู่กับว่าแรงเหวี่ยงมีมากเท่าไร กล่าวคือ ยิ่งความเร็วสูงเท่าไร่ หรือทางโค้งแคบมากเท่าไร ถ้าไม่เอนมากเท่านั้น จะเลี้ยวรถไม่ได้ ทว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์โดยทั่วไปสามารถเอนตัวได้ประมาณ 18 - 20 องศา จากเหตุผลดังกล่าว เพื่อให้แรงเหวี่ยงลดน้อยลงบนทางโค้งจะต้องลดคว่ามเร็วลงก่อนเข้าทางโค้ง และค่อยเลี้ยวช้าๆ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น